Never Say Good Bye

วันนี้เป็นวันที่ยากที่สุดอีกวันหนึ่งของเรา สองเดือนที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
และแล้ววันนี้ก็มาถึง Dady ต้องกลับ Italy แล้ว
วันนี้เป็นวันเลือกตั้ง สส. ของประเทศไทย นัทจึงต้องกลับไปทำหน้าที่ของคนไทยที่ดี ที่สระบุรี แน่นอน ว่า Dady ต้องไปด้วยกัน ออกเดินทางแต่เช้า ไปถึงสระบุรีก็ 9 โมง ครึ่ง ตอนแรกเคยพูดกับพ่อไว้ว่าจะพาแฟนไปหา พ่อไม่พอใจอย่างมาก เค้าไม่ชอบคนต่างชาติ หาว่าไม่จริงใจ แต่เราพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วตลอดระยะเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน dady ดูแลนัทตลอด ดูแลเป็นอย่างดี....แต่แล้วพอถึงสระบุรี พ่อขับรถมารับที่ บขส. เราแอบดีใจลึกๆ อย่างน้อยเหมือนกับพ่อเปิดใจได้บ้าง แล้วก็ยังอยากเจอนัทอยู่ พ่อไม่พูดอะไรกับ dady เลยพูดกับนัทนิดหน่อย พานัทไปเลือกตั้งที่เขตบ้านที่ บ้านอ้อย ขากลับให้นัทขับรถกลับ เข้าบ้านเอง เป็นครั้งแรกในปีกว่าๆ ที่เราได้ขับรถพ่อ เพราะนานแล้วไม่ได้เจอพ่อ พ่อต้องไปส่งมะพร้าวให้ปู่เลยให้นัทขับรถกลับบ้านเองแล้วขากลับกรุงเทพ จะไปส่งที่ฟิวเจอร์ สถานะการณ์ก็ไม่ เลวร้ายอย่างที่คิด เลยสักนิด...
ถึงที่บ้านโดยปลอดภัย โดยมี dady นั่งเป็นกำลังใจอยู่ข้างหลัง you can...you can...go on...แหมก็คนมันตื่นเต้นนี่ เจอน้องชายสุดที่รักอยู่บ้าน เนมทักทาย dady เป็นอย่างดีโดยไม่ต้องเอ่ยปาก บอก ปกติแล้วจะไม่กล้าพูดจากับใครเท่าไร ส่วนคุณแม่ ออกไปทำงานที่หน่วยเลือกตั้งวัดทอง เด๋วต้องไปหาแม่ที่นั้นด้วย
พา dady ชมบ้านขึ้นไปที่ห้องนอน นัท กับเนม เราสองพี่น้องนอนห้องเดียวกันตลอดจนโต เพราะเรานอนเตียงสองชั้นที่พ่อทำให้ตั้งแต่เด็กๆ นัทนอนชั้นบน เนมนอนชั้นล่าง ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะขอเปลี่ยนกัน เพราะถ้าเปลี่ยนที่กันก็นอนไม่หลับ พาdady ขึ้นไปนอนเล่นสัมผัสความรู้สึกเราที่นอนข้างบนเตียงสองชั้น dady บอกว่าเคยนอนตอนเป็นทหาร แล้วก็ตอนออกค่าย สมัยเด็กๆ ใช้เวลาอยู่บนเตียงเด็กหญิงนัท อยู่นานพอสมควร อบอุ่นมากๆเลย
ถึงเวลาต้องออกไปหาแม่แล้วจะได้เตรียมตัวกลับ กรุงเทพ dady เป็นคนขับ ครั้งแรกที่ขับพวงมาลัยขวา แหมขับซะชิดซ้ายเลยนะพ่อคุณ ดิฉันก้เสียวสิค่ะ ก็ฉันนั่งฝั่งซ้าย พ่อทูลหัวขับรถเร็วจริงๆขนาดไม่รู้ทางยังขับเร็วบอกให้ช้า ช้า ก้ไม่ฟัง ขับเลยทางเข้าโรงดเรียนวัดทองจนได้ ความเนี่ยนัทอารมณ์ขึ้นสิค่ะ โมโหใหญ่เลย แต่ก้แปปเดียวก็หาย
สวัสดีคุณแม่เสร็จก็กลับ เลย พ่อ โทรมาตามให้เอารถไปรับที่ หน้าทวีกิจ พ่อขับรถส่งถึงฟิวเจอร์ ไม่คุยอะไรกันเลยกับ dady แต่ก็ถามกับนัทว่า เค้าทำงานอะไร อยู่ที่ไหน
เดินฟิวเจอร์ไม่นาน ก็กลับต้องไปจัดการกับน้ำหนักกระเป๋า แต่สุดท้ายก้จบลงด้วยดี เพราะโทรถามสายการบิน เค้ายอมมากสุดให้ 25 kg เท่านั้น แล้ว carry bag อีก 8 kg.. อยากรู้น้ำหนัก แต่ขี้เกียจลงข้างล่างหลายรอบ เราเสนอยืมตาชั่งแบบหยอดเหรีญข้างล่างขึ้นมา dady ก็บ้ายุ ตามเราอีกซะเนี่ย
พอเรื่องกระเป๋าจบ เรียบร้อยก็มาแบ่งรูปกัน..จากนั้น dady ก็อาบน้ำ เตรียมตัว โทรนัด taxi ตอน สองทุ่ม
เวลาใกล้เข้ามาทุกที นัทเริ่มน้ำตาไหล ร้องไห้ แต่ไม่ให้ dady เห็น ยืนหันหลังให้....dady ออกไปสูบบุหรี่ ข้างนอก สักพัก เรียก ciccio come here แล้ว dady ก็ปล่อยโฮ ออกมา นัทก้เหมือนกัน น้ำตาไหลพรากมองอะไรไม่เห็นเลย dady กอดนัทไว้แน่นมากๆ นัทปลอบ dady ทั้งทั้งที่ตัวเองก้ร้องไห้ไม่หยุด....
แต่ถึงเวลาแล้วก็ต้องเก็บของแล้วลงไปข้างล่างเพราะ taxi จอดรออยู่ โทรหาตุ๊กตาให้ออกเดินทางได้ แล้วก็ขอร้องให้มานอนเป็นเพื่อน เพราะต้องอยู่คนเดียวไม่ได้แน่ๆ ตอนคุยกับตุ๊กตาก็ร้องไห้ นัทนั่งส่วนหน้าของรถ dady นั่งด้านหลัง dady เลยไม่รู้ว่าน้ำตานัทไหลตลอดเวลา
ถึงสนามบิน สามทุ่มครึ่ง check in เรียบร้อยทุกอย่าง เรื่องน้ำหนักก็หายห่วงไปได้เลย รอตุ๊กตาที่ร้าน s&P กินข้าวด้วยกัน ที่ร้านdady พยายามเล่นกับนัทอย่างสนุกสนาน นัทรู้ว่าพยายามทำให้นัทลืม แล้วก็ไม่คิดมาก ไม่ร้องไห้ แต่พอถึงเวลาเข้าจริงๆ ก้ร้องอยู่ดี เดินไปส่งที่ทางเข้า check passport คนเยอะมากๆๆ dady เลยไล่ให้กลับไปก่อนจะโทรหา ไม่อยากให้กลับดึกมากนัก ร้องไห้นะตอนต้องจาก dady แค่กอดนัทไว้แต่ก็ไม่แน่นเท่าไหร่ มีของกั้นเยอะแยะ dady ไม่แม้กระทั้งจูบลา นัทเดินหันหลังออกไปน้ำตาก้เริ่มไหลมากขึ้น กว่าตอนนี่อยู่กับ dady พูดอะไรไม่ออกเลย ไม่ได้พูดกับตุ๊กตาเลย
ขึ้นรถแล้วน้ำตายิ่งไหลพราก ทำยังไงก็ไม่หยุด dady โทรมาว่ายังรอคิวเช็ค พาสสปอร์ต อยู่ร้องไห้อีกแล้ว ใจมันหายไปยังไงไม่รู้ dady โทรมาอีก ตอนถึงห้อง สอง สามครั้ง ขอคุยกับตุ๊กตาด้วย บอกว่าให้ช่วยดูแลนัทให้ด้วย ไม่อยากให้นัทร้องไห้ ให้ตุ๊กตาทำให้นัทยิ้ม หัวเราะด้วยนะ
dady ดูแลนัทตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนี่เค้าไม่ได้อยู่ใกล้ๆนัท
nat rak dady mak mak
I was crying utill sleep.....My tear drop all the time.... |